AR Rental Tools
LINE
เคล็ดลับการเช่า

เช่าเครื่องมือ หรือ มีเครื่องเป็นของตัวเอง คุ้มตอนไหน คิดจากจำนวนวันที่ใช้ต่อปี

14 กันยายน 2569อ่าน 9 นาที

เช่าเครื่องมือ หรือ มีเครื่องเป็นของตัวเอง คุ้มตอนไหน คิดจากจำนวนวันที่ใช้ต่อปี

คำถามที่ต้องตอบจริง ๆ ไม่ใช่ราคาเครื่อง แต่คือจำนวนวันที่ใช้ต่อปี

เช่าเครื่องมือ หรือ มีเครื่องเป็นของตัวเอง เป็นคำถามที่ผู้รับเหมารายเล็กเจอทุกปี และเกือบทุกครั้งจะเริ่มถกกันที่ราคาเครื่อง ทั้งที่ราคาเครื่องเป็นข้อมูลที่ตอบคำถามนี้ไม่ได้ด้วยตัวมันเอง

ตัวแปรที่ตัดสินจริงคือคุณใช้เครื่องตัวนั้นกี่วันต่อปี เครื่องที่ใช้ 5 วันต่อปีกับเครื่องที่ใช้ 80 วันต่อปี เป็นคนละการตัดสินใจกันโดยสิ้นเชิง แม้จะเป็นเครื่องรุ่นเดียวกันและราคาเดียวกัน

เหตุผลคือการมีเครื่องเป็นของตัวเองมีต้นทุนที่เดินอยู่ตลอดปี ไม่ว่าจะได้ใช้หรือไม่ ส่วนการเช่ามีต้นทุนเฉพาะวันที่ใช้เท่านั้น จุดที่สองเส้นนี้ตัดกันคือคำตอบ และมันเป็นจำนวนวัน ไม่ใช่จำนวนเงิน

บทความนี้ให้สูตรที่คำนวณเองได้ในสองนาที พร้อมตัวอย่างที่กางตัวเลขให้ดูทุกบรรทัด ตัวเลขบางตัวคุณต้องหาเอง เพราะเป็นข้อมูลฝั่งคุณ ไม่ใช่ฝั่งร้านเช่า

ต้นทุนของการเช่า มองเห็นครบตั้งแต่วันแรก

ข้อดีที่ชัดที่สุดของการเช่าไม่ใช่เรื่องถูกหรือแพง แต่คือทุกบาทมองเห็นได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ค่าเช่ารายวันเปิดไว้ ค่าขนส่งถามได้ก่อน และเงินมัดจำรู้ยอดตั้งแต่ตอนจอง จึงใส่ลงในใบเสนอราคาได้แบบไม่ต้องเดา

ต้นทุนของการเช่ามีสามก้อนเท่านั้น คือค่าเช่าตามจำนวนวันที่เครื่องอยู่หน้างาน ค่าขนส่งเข้าออกซึ่งคิดตามระยะทางและจำนวนชิ้น และของสิ้นเปลืองอย่างใบตัดกับน้ำมัน เกินจากนี้ไม่มี

สิ่งที่ไม่ต้องจ่ายเลยคือ ค่าที่เก็บเครื่องตลอดปี ค่าดูแลรักษาตามรอบ ค่าเสื่อมของตัวเครื่อง และเงินก้อนที่ต้องจมไปกับตัวเครื่องตั้งแต่วันแรก สี่ก้อนนี้คือส่วนที่หายไปจากสมการเมื่อเลือกเช่า

ข้อเสียของการเช่าก็มีจริง คือต้องวางแผนล่วงหน้า ต้องรอคิวรถ และถ้างานเลื่อนกะทันหันก็ต้องจัดการคิวใหม่ เครื่องของตัวเองหยิบใช้ได้ทันทีในตอนตีสอง ซึ่งเป็นความสะดวกที่ประเมินเป็นเงินยากแต่มีค่าจริง

เช่าเครื่องมือ หรือ มีเครื่องเป็นของตัวเอง คุ้มตอนไหน คิดจากจำนวนวันที่ใช้ต่อปี

ต้นทุนของการมีเครื่องเป็นของตัวเอง ที่มองไม่เห็นในวันแรก

ก้อนแรกคือค่าเสื่อมของตัวเครื่อง เครื่องทุกตัวมีอายุใช้งานจำกัด และมูลค่าลดลงทุกปีไม่ว่าจะได้ใช้หรือไม่ วิธีคิดที่ง่ายที่สุดคือเอาราคาเครื่องหารด้วยจำนวนปีที่คาดว่าจะใช้ได้ ก็จะได้ค่าเสื่อมต่อปี

ก้อนที่สองคือการดูแลรักษาตามรอบ เครื่องยนต์ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรอง เครื่องไฟฟ้ามีแปรงถ่านและสายไฟที่เสื่อมตามการใช้ ค่าใช้จ่ายนี้เกิดขึ้นตามเวลา ไม่ใช่ตามจำนวนงานที่รับ

ก้อนที่สามคือที่เก็บและการขนย้าย เครื่องหนักต้องมีที่เก็บที่ไม่โดนฝนและไม่โดนขโมย และทุกครั้งที่ไปหน้างานคุณต้องขนเอง ซึ่งแปลว่าต้องมีรถที่ขนได้ หรือต้องจ้างขนอยู่ดี

ก้อนที่สี่คือความเสี่ยงเรื่องเครื่องหยุดกลางงาน ถ้าเครื่องของคุณใช้ไม่ได้ในวันที่ต้องใช้ งานหยุดทันทีและคุณต้องหาเครื่องมาแทนอยู่ดี ในขณะที่เครื่องเช่าที่มีปัญหาจะมีตัวเปลี่ยนให้ ความเสี่ยงนี้เป็นต้นทุนที่คนไม่ค่อยตีราคา

สูตรจุดคุ้มทุน คำนวณเองได้ในสองนาที

สูตรมีบรรทัดเดียว คือเอาต้นทุนถือครองต่อปี หารด้วยค่าเช่ารายวันของเครื่องแบบเดียวกัน ผลลัพธ์คือจำนวนวันต่อปีที่เป็นจุดคุ้มทุน ใช้น้อยกว่านั้นการเช่าถูกกว่า ใช้มากกว่านั้นการมีเครื่องเองเริ่มสมเหตุสมผล

ต้นทุนถือครองต่อปีคือผลรวมของสี่ก้อนในหัวข้อที่แล้ว ได้แก่ ค่าเสื่อมต่อปี ค่าดูแลรักษาต่อปี ค่าที่เก็บต่อปี และค่าขนย้ายที่ประเมินได้ ตัวเลขพวกนี้เป็นข้อมูลฝั่งคุณ ต้องใส่ของจริงเอง

ค่าเช่ารายวันเป็นตัวเลขที่หาได้ทันทีจาก หน้าเครื่องมือและราคา เช่น เครื่องตบดิน เบนซิน ที่ 750 บาทต่อวัน หรือ โม่ผสมคอนกรีต ที่ 500 บาทต่อวัน

ข้อควรระวังคืออย่าลืมว่าคุณเช่าเป็นสัปดาห์ได้ ถ้างานของคุณมักยาวเกิน 6 วันต่อครั้ง ให้ใช้ค่าเช่าเฉลี่ยต่อวันจากอัตรารายสัปดาห์แทน เพราะอัตรารายสัปดาห์เท่ากับ 6 เท่าของรายวัน ค่าเฉลี่ยจึงต่ำลงและจุดคุ้มทุนจะขยับสูงขึ้น

ตัวอย่างคำนวณ เครื่องตบดิน

สมมติเครื่องตบดินราคา 60,000 บาท ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างสำหรับใส่ในสูตร ไม่ใช่ราคาที่ AR Rental Tools อ้างอิง ให้แทนที่ด้วยราคาจริงที่คุณหาได้เอง แล้วคำนวณตามนี้

เมื่อได้ต้นทุนถือครอง 18,000 บาทต่อปีแล้ว ให้หารด้วยค่าเช่ารายวันของเครื่องตบดินที่ 750 บาท ผลลัพธ์คือ 24 วันต่อปี นั่นคือจุดคุ้มทุนของกรณีนี้

แปลความหมายตรง ๆ คือ ถ้าคุณใช้เครื่องตบดินน้อยกว่า 24 วันต่อปี การเช่าถูกกว่าและยังไม่ต้องเอาเงินก้อนไปจมกับตัวเครื่อง แต่ถ้าคุณใช้มากกว่า 24 วันต่อปีอย่างสม่ำเสมอ การมีเครื่องเป็นของตัวเองเริ่มมีเหตุผลรองรับ

สิ่งที่สูตรนี้ยังไม่ได้คิดให้คือเงินก้อนที่จมไปกับตัวเครื่องและเอาไปหมุนอย่างอื่นไม่ได้ กับความเสี่ยงที่เครื่องหยุดกลางงาน สองข้อนี้ดันให้จุดคุ้มทุนจริงสูงกว่า 24 วันเสมอ ไม่ใช่ต่ำกว่า

เครื่องแบบไหนที่มีเป็นของตัวเองแล้วสมเหตุสมผล

กลุ่มแรกคือเครื่องเล็กราคาไม่สูงที่ใช้แทบทุกงาน เช่น เครื่องเจียรไฟฟ้า หรือสว่านทั่วไป กลุ่มนี้ต้นทุนถือครองต่อปีต่ำมาก จุดคุ้มทุนจึงตกอยู่ที่ไม่กี่วันต่อปี และคนส่วนใหญ่ก็มีอยู่แล้ว

กลุ่มที่สองคือเครื่องที่ตรงกับงานหลักที่คุณรับซ้ำ ๆ ทั้งปี ถ้าคุณรับงานเทพื้นเป็นหลักและใช้โม่ผสมคอนกรีตเกือบทุกงาน จำนวนวันต่อปีจะสูงพอจนผ่านจุดคุ้มทุนได้ไม่ยาก

กลุ่มที่สามคือเครื่องที่ต้องใช้แบบไม่มีแผนล่วงหน้าเป็นประจำ ถ้างานของคุณมักเรียกกะทันหันและรอคิวไม่ได้ ความพร้อมใช้ทันทีมีมูลค่าจริง แม้จำนวนวันต่อปีจะยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนพอดี

สิ่งที่ควรทำก่อนตัดสินใจในทั้งสามกรณีคือ นับย้อนหลังจริงว่าปีที่แล้วคุณใช้เครื่องตัวนั้นกี่วัน อย่าใช้ความรู้สึก เพราะความรู้สึกว่าใช้บ่อยกับตัวเลขจริงมักต่างกันมาก และตัวเลขจริงคือสิ่งที่สูตรต้องการ

เครื่องแบบไหนที่ควรเช่า แม้จะใช้บ่อย

กลุ่มแรกคือเครื่องหนักที่ต้องมีที่เก็บและต้องขนด้วยรถใหญ่ อย่าง เครื่องบดถนนเดินตาม ที่หนักราว 600-900 กิโลกรัม ต้นทุนที่เก็บและการขนย้ายของกลุ่มนี้สูงจนกลบส่วนต่างค่าเช่าได้ง่าย

กลุ่มที่สองคือของที่คิดเป็นชิ้นและจำนวนเปลี่ยนไปทุกงาน อย่าง นั่งร้านเหล็ก ที่ 10 บาทต่อชิ้นต่อวัน งานหนึ่งใช้ 20 ชิ้น อีกงานใช้ 80 ชิ้น การถือครองจำนวนที่พอดีกับงานใหญ่ที่สุดแปลว่าส่วนใหญ่ของปีมันนอนอยู่เฉย ๆ

กลุ่มที่สามคือเครื่องที่ใช้เฉพาะช่วงสั้น ๆ ของงาน แม้จะรับงานประเภทนั้นบ่อย อย่าง แมงปอปาดปูน ที่ใช้จริงแค่วันที่เทคอนกรีต รับงานเดือนละสองงานก็ยังได้แค่ราว 24 วันต่อปีเท่านั้น

กลุ่มที่สี่คือเครื่องที่งานหยุดไม่ได้ถ้ามันใช้ไม่ได้ เพราะเมื่อเช่า คุณได้ตัวเปลี่ยนมาด้วยโดยไม่ต้องหาเอง ความต่อเนื่องของงานตรงนี้มีค่าเป็นเงินจริง และเป็นเหตุผลที่ผู้รับเหมาหลายรายเช่าทั้งที่มีเครื่องเองอยู่แล้ว

สรุป และวิธีตรวจคำตอบของตัวเอง

คำตอบของคำถามนี้ไม่ใช่ราคาเครื่อง แต่คือจำนวนวันที่คุณใช้เครื่องตัวนั้นจริงในหนึ่งปี เอาต้นทุนถือครองต่อปีหารด้วยค่าเช่ารายวัน ก็ได้เส้นแบ่งที่ตรวจสอบได้

วิธีตรวจคำตอบคือย้อนดูงานปีที่แล้วแล้วนับวันจริง ถ้าตัวเลขที่ได้ต่ำกว่าจุดคุ้มทุนอย่างชัดเจน การเช่าคือคำตอบและไม่ต้องคิดต่อ ถ้าใกล้เคียงกันมาก ให้เลือกทางที่ความเสี่ยงต่ำกว่า ซึ่งมักเป็นการเช่า

ถ้าตัวเลขสูงกว่าจุดคุ้มทุนชัดเจน การมีเครื่องเป็นของตัวเองก็เป็นทางที่มีเหตุผล และนั่นเป็นเรื่องปกติ ร้านเช่าที่ตอบคำถามนี้ตรง ๆ ยังได้ประโยชน์อยู่ดี เพราะเครื่องอีกหลายตัวในงานเดียวกันยังคุ้มกว่าถ้าเช่า

ระหว่างที่ยังไม่ตัดสินใจ ให้เช็กอัตราจริงของเครื่องที่คุณกำลังชั่งใจไว้ก่อน ดูได้ที่ หน้าเครื่องมือและราคา หรือโทรถามทีมงานได้ที่ หน้าติดต่อ เพื่อเอาตัวเลขจริงไปใส่ในสูตร

คำถามที่พบบ่อย

ใช้เครื่องกี่วันต่อปี ถึงควรมีเครื่องเป็นของตัวเอง
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกเครื่อง ให้คำนวณเอง โดยเอาต้นทุนถือครองต่อปี ซึ่งรวมค่าเสื่อม ค่าดูแลรักษา ค่าที่เก็บและค่าขนย้าย มาหารด้วยค่าเช่ารายวันของเครื่องแบบเดียวกัน ผลลัพธ์คือจำนวนวันต่อปีที่เป็นจุดคุ้มทุนของคุณเอง
ต้นทุนถือครองต่อปีคิดจากอะไรบ้าง
คิดจากสี่ก้อน คือค่าเสื่อมต่อปี ซึ่งเอาราคาเครื่องหารด้วยจำนวนปีที่คาดว่าใช้ได้ ค่าดูแลรักษาตามรอบ ค่าที่เก็บที่ไม่โดนฝนและปลอดภัย และค่าขนย้ายไปหน้างานแต่ละครั้ง สี่ก้อนนี้เกิดขึ้นตามเวลา ไม่ใช่ตามจำนวนงานที่รับ
ทำไมร้านเช่าถึงบอกว่าบางกรณีควรมีเครื่องเอง
เพราะเป็นคำตอบที่ตรงกับตัวเลข เครื่องเล็กที่ใช้แทบทุกงานมีต้นทุนถือครองต่ำมาก จุดคุ้มทุนจึงอยู่แค่ไม่กี่วันต่อปี งานเดียวกันยังมีเครื่องอีกหลายตัวที่คุ้มกว่าถ้าเช่า การตอบตรงจึงไม่ได้ขัดกับการให้บริการ
งานยาวหลายวัน ควรใช้ค่าเช่ารายวันหรือรายสัปดาห์ในสูตร
ถ้างานของคุณมักยาวเกิน 6 วันต่อครั้ง ให้ใช้ค่าเฉลี่ยต่อวันจากอัตรารายสัปดาห์ เพราะอัตรารายสัปดาห์เท่ากับ 6 เท่าของรายวัน ค่าเฉลี่ยจึงต่ำลง และจุดคุ้มทุนจะขยับสูงขึ้นกว่าที่คิดด้วยอัตรารายวันล้วน
นับจำนวนวันย้อนหลังอย่างไรให้แม่น
ย้อนดูงานที่รับจริงในปีที่ผ่านมา แล้วนับเฉพาะวันที่เครื่องตัวนั้นถูกใช้จริง ไม่ใช่จำนวนงานทั้งหมด ความรู้สึกว่าใช้บ่อยมักสูงกว่าตัวเลขจริงมาก และสูตรนี้ต้องการตัวเลขจริงเท่านั้นจึงจะให้คำตอบที่เชื่อได้

กลับหน้าบทความ

อัปเดตเนื้อหา: 2026

AR

พร้อมเริ่มโครงการ?

พูดคุยกับทีมของเราเพื่อขอใบเสนอราคาและรายละเอียดเช่า